กระจกดัดโค้งเป็นคลื่น มีฟอง ขอบเหลื่อม ถือว่าเสียไหม? | SMG Glass
Key Facts -- เห็นตำหนิไม่ได้แปลว่า Reject ทันที
Geometry: ตรวจ Thickness, Size, Overlap, Arch และ Warp ตามเกณฑ์ที่ตกลงกัน
Appearance: Bubble, Inclusion in Film และ Scratch มีวิธีตรวจ ขนาด จำนวน และระยะตรวจของตัวเอง
หลักสำคัญ: ถ้าจะ Reject ให้ Reject ด้วยเกณฑ์ ไม่ใช่อารมณ์ และถ้าต้องการคุณภาพสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ต้องกำหนดก่อนผลิต
Source of Truth: ค่าตัวเลขและข้อความมาตรฐานในบทนี้ยึดเอกสาร Curved Laminated Glass จากแหล่งผลิตที่ SMG ใช้สั่งงานจริง โดยไม่แก้ค่าต้นฉบับ
รถส่งกระจกมาถึงหน้างาน ลังถูกเปิดออก กระจกดัดโค้งที่รอกันมาหลายสัปดาห์ถูกยกขึ้นมาตรวจ แล้วคำถามก็เริ่มทันที
"ทำไมขอบสองแผ่นไม่ตรงกัน?"
"ตรงนี้มีฟองหรือเปล่า?"
"ทำไมแผ่นนี้โค้งไม่เหมือนอีกแผ่น?"
"มองแล้วเหมือนมันแอ่น ๆ"
"กระจกแพงขนาดนี้ ทำไมถึงมีรอย?"
และนี่คือช่วงเวลาที่คน 4 กลุ่มซึ่งเราเล่ามาตั้งแต่ Article 01 - DESIGN และ Article 02 - PRODUCTION กลับมาเจอกันพร้อมหน้าอีกครั้ง ผู้ออกแบบถือ Drawing ผู้รับเหมาถือโทรศัพท์เตรียมโทรหาโรงงาน โรงงานถือมาตรฐานการผลิต และเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโครงการยืนมองกระจกด้วยตาเปล่า
ทุกคนมองกระจกแผ่นเดียวกัน แต่ไม่ได้ใช้เกณฑ์เดียวกันในการตัดสิน นี่จึงเป็นตอนสุดท้ายของ Curved Glass Series จาก DESIGN -> PRODUCTION เราเดินมาถึงขั้นที่สำคัญที่สุด: ACCEPTANCE
1. ก่อนพูดคำว่า "Reject" ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าใช้เกณฑ์อะไร
บางคนเห็นตำหนิหนึ่งจุดแล้วพูดว่า "งานเสีย" ขณะที่อีกฝ่ายตอบว่า "โรงงานบอกว่าปกติ" ปัญหาคือ ทั้งสองประโยคยังไม่ใช่มาตรฐาน คำว่า "ผมดูแล้วไม่ชอบ" ไม่ใช่หน่วยวัด และคำว่า "โรงงานบอกว่าผ่านครับ" ก็ยังไม่ควรเป็นใบผ่าน ถ้ายังไม่มีเกณฑ์ที่ใช้ตรวจร่วมกัน
*Acceptance Criteria = เกณฑ์ที่ตกลงกันล่วงหน้าว่างานลักษณะใดถือว่ายอมรับได้ และลักษณะใดถือว่าไม่ผ่าน
สำหรับ Curved Laminated Glass จากแหล่งผลิตที่ SMG ใช้ มีการกำหนดหัวข้อด้าน Geometry ได้แก่ Thickness, Size, Edge Work, Overlap, Arch และ Warp และด้าน Appearance ได้แก่ Bubble, Inclusion in Film, Scratch on Glass และ Other Appearance Defect พร้อมวิธีตรวจของแต่ละหัวข้อ
เอกสารต้นฉบับหน้า 1 -- ใช้ภาพต้นฉบับ ห้ามแก้ข้อความ ตัวเลข ตาราง หรือสัดส่วน

2. Pain Point ของเจ้าของ -- "ของแพง ทำไมไม่ Perfect?"
คำถามนี้สมเหตุสมผล Curved Glass มีราคาสูงกว่ากระจกแผ่นตรงทั่วไป ต้องใช้กระบวนการเฉพาะ Lead Time ยาวกว่า ขนส่งยากกว่า และความเสียหายหนึ่งแผ่นอาจทำให้ต้องรอผลิตใหม่อีกครั้ง ดังนั้นเจ้าของย่อมคาดหวังคุณภาพสูง
แต่คำว่า คุณภาพสูง กับคำว่า ไม่มี Tolerance เลย ไม่ใช่คำเดียวกัน กระจกดัดโค้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นรูปจริง และหากเป็น Laminated Glass ก็มีมากกว่าหนึ่ง Ply มาประกอบเข้าด้วยกัน
*Ply = กระจกแต่ละแผ่นหรือแต่ละชั้นที่นำมาประกอบเป็น Laminated Glass
เจ้าของจึงควรคาดหวังว่า กระจกต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ตกลงกัน ไม่ใช่กระจกทุกจุดต้องตรงกับ Mathematical Curve ในคอมพิวเตอร์แบบ 0.00 mm ความแตกต่างเล็ก ๆ ระหว่างสองประโยคนี้ สามารถป้องกันข้อพิพาทมูลค่าสูงได้มาก
3. Pain Point ของผู้ออกแบบ -- เส้นใน Drawing ไม่มี Tolerance จนกว่าเราจะใส่มันเข้าไป
ใน CAD เราสามารถเขียน Radius ได้สมบูรณ์ แต่ในโลกการผลิตคำถามไม่ได้มีเพียง "R เท่าไร?" ต้องถามเพิ่มว่า "R ยอมให้คลาดได้เท่าไร?" เช่นเดียวกับความสูง ขนาด ความหนา แนวโค้ง และความโก่ง
Drawing บอกว่า เราต้องการอะไร ส่วน Acceptance Criteria บอกว่า ของจริงที่ผลิตออกมาจะถูกตัดสินอย่างไร ถ้าส่วนที่สองหายไป การตรวจรับจะกลายเป็นการต่อรองด้วยสายตา และสายตาของแต่ละคนไม่ได้ Calibrate มาจากโรงงานเดียวกันครับ
4. เริ่มตรวจจากสิ่งที่มองไม่เห็นง่าย ๆ ก่อน -- Thickness
*Thickness = ความหนาของกระจก
เอกสารต้นฉบับกำหนด Maximum และ Minimum ของ Curved Laminated Glass ดังนี้:
Maximum (ความหนาสูงสุด) = T + t max
Minimum (ความหนาต่ำสุด) = T + t min
1. T=Nominal thickness of laminated glass (ความหนารวมของกระจกลามิเนต)
2. t max/min = Summation of max/min tolerance of glass
(t max/min = ผลรวมของค่าความคลาดเคลื่อนสูงสุดหรือต่ำสุดของกระจกแต่ละแผ่น)
3. For nominal thickness of glass follow to "FLOAT GALS" item
ดังนั้นถ้าวัดแล้วไม่ตรง Nominal 100% อย่าเพิ่งเรียกรถกลับโรงงาน ต้องดูก่อนว่าค่านั้นอยู่ใน Tolerance ที่กำหนดหรือไม่
5. Size -- กระจกยิ่งใหญ่ ค่าคลาดเคลื่อนยิ่งต้องถูกพูดถึง
ตารางต้นฉบับแบ่ง Size Tolerance ตามทั้งความหนาและความยาวดังนี้:
| Thickness (mm.) | L <=/= 1,500 | 1,500 < L </= 3,000 |
|---|---|---|
| 4 < T < 6 | +/- 2 | +/- 2-3 |
| 6 </= T < 11 | +/- 3 | +/- 2-3 |
| 11 </= T < 17 | +/- 4 | +/- 3-5 |
| 17 </= T </= 24 | +/- 5 | +/- 3-5 |
จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่ว่า "ยอมได้กี่มิล" แต่อยู่ที่ผู้ออกแบบและผู้รับเหมาจะเอา Tolerance นี้ไปสัมพันธ์กับช่องติดตั้ง Clearance, Joint, Frame และแนวต่อเนื่องของกระจกหลายแผ่นอย่างไร เพราะกระจกที่ผ่านเกณฑ์โรงงานได้ อาจยังติดตั้งลำบาก หากรายละเอียดหน้างานออกแบบโดยไม่เผื่อ Tolerance เลย
6. Edge Work -- ขอบกระจกไม่ใช่ของแถม
*Edge Work = การทำขอบกระจกก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปของการผลิต
เอกสารต้นฉบับระบุ:
Aising edge of glass by hand
(ขอบกระจกต้องทำการลบคมทุกแผ่น)
สำหรับงาน Laminated Curved Glass ขอบสัมพันธ์กับการประกอบ การจับยก การติดตั้ง และ Appearance โดยเฉพาะงาน Frameless หรือบริเวณที่มองเห็นขอบโดยตรง
7. Overlap -- "ทำไมกระจกสองชั้นขอบไม่ตรงกัน?"
*Overlap = ค่าความเหลื่อมของขอบกระจกแต่ละชั้นเมื่อประกอบเป็น Laminated Glass
| Length (mm.) | Standard |
|---|---|
| L </= 2,000 | </= 2 mm. |
| 2,000 < L </= 3,000 | </= 3 mm. |
เห็นขอบเหลื่อมไม่ได้แปลว่า Reject ทันที ต้องวัดแล้วเปรียบเทียบกับเกณฑ์ แต่ถ้างานออกแบบให้ขอบกระจกเป็น Feature ที่มองเห็นชัด ผู้รับเหมาและผู้ออกแบบก็ควรรู้เกณฑ์นี้ก่อนเลือก Detail ไม่ใช่รู้ในวันที่ Owner ชี้ถามตรงขอบกระจกครับ
8. Arch -- โค้งไม่เท่ากับคด
*Arch = ค่าความโค้ง/คด/แอ่น ของแนวด้านตรงเมื่อเทียบกับแนวที่ควรเป็น
</= 0.2% of length
(ต้อง </= 0.2% ของความยาวกระจก)
Diagram ต้นฉบับแสดง H </= 1500 : </= 3 mm. และ H </= 3000 : </= 6 mm.
คำว่า "ผมว่ามันคดนะ" อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจ แต่ไม่ควรเป็นจุดจบของการตัดสิน ต้องวัดตามวิธีที่กำหนด
9. Warp -- Radius ถูก แต่ทั้งแผ่นยังดูไม่เหมือนแบบได้อย่างไร?
*Warp = ความโก่งของกระจกเมื่อเทียบกับ Geometry ที่กำหนด
</= 0.2% for Laminated glass
Diagram ความโค้งตามแบบรัศมี (R) แสดง R +/-3 สำหรับ L1</=1500 และ R +/-6 สำหรับ L1</=3000
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมในงาน Curved Glass เราไม่ควรถามแค่ "Radius ถูกไหม?" แล้วจบ เพราะ Geometry ของทั้งแผ่นต้องถูกตรวจร่วมกัน
10. แล้ว Roller Wave ล่ะ?
เราเล่าเรื่อง *Roller Wave และ *Optical Distortion ไปแล้วใน Article 02 แต่มีเรื่องหนึ่งที่ SMG ตั้งใจไม่ทำในบทความนี้: เราไม่เอาค่าจากมาตรฐานอื่นมาสวมให้เอกสารของโรงงาน
เอกสาร Curved Laminated Glass ชุดนี้ระบุ Thickness, Size, Edge Work, Overlap, Arch, Warp, Bubble, Inclusion, Scratch และ Other Appearance Defect แต่ไม่ได้กำหนด Roller Wave เป็นหัวข้อแยกพร้อมตัวเลข Acceptance ในสองหน้านี้
ดังนั้นหากโครงการให้ความสำคัญกับ Optical Quality หรือ Reflection เป็นพิเศษ ต้องกำหนด Requirement เพิ่มเติมและตกลงกับโรงงานก่อนผลิต ไม่ควรผลิตเสร็จแล้วค่อยสร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมาที่หน้างาน กติกาใหม่หลังแข่งจบ ปกตินักกีฬาจะไม่ค่อยชอบครับ
เอกสารต้นฉบับหน้า 2 -- ใช้ภาพต้นฉบับ ห้ามแก้ข้อความ ตัวเลข ตาราง หรือสัดส่วน
11. Bubble -- เห็นฟองแล้ว Reject ได้เลยไหม?
คำตอบคือ ไม่ใช่ทุกกรณี
*Bubble = ฟองอากาศที่ปรากฏอยู่ในชั้น Laminated Glass
เอกสารต้นฉบับแบ่งเกณฑ์ตามขนาดของ Bubble และกำหนดจำนวนที่ยอมรับได้ รวมถึงระบุชัดว่า:
Distance between the glass and the observer shall be approximately 50 CM.
(ระยะห่างระหว่างกระจกและผู้ตรวจ ต้องห่างกันประมาณ 50 ซม.)
วิธีตรวจเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน ถ้าเอกสารกำหนดให้ตรวจประมาณ 50 ซม. แต่เราเอาแว่นขยายไปส่องชิด 2 ซม. เรากำลังใช้วิธีตรวจคนละวิธีกับเกณฑ์ที่อ้างอิงอยู่ ตารางต้นฉบับมีทั้งระดับ Reject จำกัดจำนวนต่อพื้นที่ และ Accept All สำหรับขนาดที่กำหนด ดังนั้น มี Bubble ไม่เท่ากับ Reject ทุกกรณี
12. Inclusion in Film -- จุดที่เห็นอาจไม่ใช่ฟอง
*Inclusion in Film = สิ่งแปลกปลอมที่พบในชั้นฟิล์มหรือบริเวณชั้นประกบของ Laminated Glass
| Size (mm.) | Standard |
|---|---|
| Ø > 2.0 | Reject (ไม่ผ่าน) |
| Ø </= 2.0 | 3 pcs/m² |
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนตรวจรับไม่ควรเรียกทุกจุดว่า "ฟอง" เพราะ Defect Type ที่ต่างกันอาจใช้ Acceptance Criteria ต่างกัน การเรียกชื่อให้ถูกจึงไม่ใช่เรื่องวิชาการเล่นคำ แต่มันมีผลต่อคำว่า Pass หรือ Reject
13. Scratch on Glass -- รอยหนึ่งเส้นไม่ได้มีความหมายเท่ากันบนกระจกทุกขนาด
*Scratch on Glass = รอยขีดข่วนบนผิวกระจก
| Glass Area (A) m² | Length (per line) mm. | Total length (Per sheet) mm. |
|---|---|---|
| A < 2.0 | 60 | 240 |
| 2.0 </= A < 3.0 | 10 | 480 |
| 3.0 </= A < 4.0 | 180 | 720 |
| A >/= 4.0 | 240 | 960 |
Inspection distance between the glass and the observer shall be approximately 2 m. with fluorescent light.
(ระยะตรวจสอบระหว่างกระจกกับผู้ตรวจต้องห่างกันประมาณ 2 ม. ภายใต้แสงไฟ)
Width of scratch </= 0.3 mm.
(ความกว้างรอยขีดข่วนต้อง </=0.3 มม.)
ตรงนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า "เห็นรอย" กับ "รอยไม่ผ่านมาตรฐาน" ไม่ใช่ประโยคเดียวกัน ต้องวัดและตรวจตามเงื่อนไข
14. Other Appearance Defect -- มาตรฐานยังพูดถึง "วิธีมอง"
เอกสารไม่ได้หยุดแค่ Defect ที่ตั้งชื่อไว้ ยังมีหัวข้อ Other appearance defect สำหรับรอยตำหนิอื่นที่ไม่ได้ระบุในตาราง โดยข้อความต้นฉบับระบุ:
Any defect which no mention as the above table will be accept if cannot see 1 m. by visual eye at natural light on vertical direction, except those defect will effect directly to the fundamental of this product
(รอยตำหนิซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในตารางข้างต้นของสินค้านี้ สามารถผ่านได้ถ้ามองไม่เห็นในระดับสายตาที่แสงธรรมชาติ ในแนวตั้งจากที่ผิวกระจกที่ระยะ 1 เมตร ยกเว้นรอยตำหนินั้นส่งผลกระทบโดยตรงกับคุณสมบัติสำคัญของสินค้า)
ระยะ แสง มุมมอง และผลกระทบต่อการใช้งาน ล้วนมีความหมาย การหา Defect ให้เจอกับการตรวจ Acceptance ไม่ใช่งานเดียวกัน ถ้าตั้งใจหาให้เจอ เราสามารถเอาไฟฉายส่องเฉียงชิดกระจกแล้วใช้เวลา 20 นาทีตรวจหนึ่งตารางนิ้วได้ มีโอกาสเจอแน่นอน แต่คำถามคือ นั่นคือวิธีตรวจที่ตกลงกันไว้หรือไม่?
15. Pain Point ของผู้รับเหมา -- อยู่ตรงกลางและโดนก่อนเสมอ
ถ้า Owner Reject คนแรกที่โทรหามักไม่ใช่โรงงาน แต่คือผู้รับเหมา ถ้าโรงงานบอกว่าผ่าน ผู้รับเหมาก็ต้องกลับไปอธิบายกับ Owner ถ้าผู้ออกแบบไม่รับ ก็ต้องเอา Drawing มาประกอบอีก
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้รับเหมาควรป้องกันตัวเองตั้งแต่ก่อนสั่งผลิต ไม่ใช่ด้วยการเขียน Disclaimer ยาวสามหน้า แต่ด้วยการทำให้เอกสารชัดว่าใช้ Spec อะไร ใช้ Drawing Revision ไหน ใช้ Production Capability ไหน ใช้ Acceptance Criteria ไหน ใครเป็นผู้อนุมัติ และอนุมัติเมื่อใด
*Approved for Production = แบบและข้อมูลได้รับการอนุมัติให้ใช้เป็นฐานในการผลิต
16. Pain Point ของโรงงาน -- ผ่านมาตรฐาน ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะชอบ
เรื่องนี้ต้องพูดให้แฟร์กับเจ้าของ โรงงานสามารถผลิตของที่ ผ่าน Acceptance Criteria แต่ Owner อาจยังไม่ชอบ Appearance สองเรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้
ถ้าโครงการมี Visual Requirement สูงกว่ามาตรฐานปกติ เช่น Luxury Retail, High-end Residence, Feature Facade, กระจกสะท้อนแนวอาคารยาว หรือ Curved Glass หลายแผ่นที่ Radius และ Joint ต้องต่อเนื่อง ควรคุยก่อนผลิต และอาจต้องมี Mock-up
*Mock-up = ตัวอย่างงานจริงที่ผลิตขึ้นเพื่อประเมิน Appearance หรือ Detail ก่อนเริ่มผลิตจำนวนมาก
เพราะคำว่า "Premium" ก็ยังไม่ใช่หน่วยวัดเหมือนกันครับ
17. สิ่งที่ทั้ง 4 ฝ่ายควรตกลงกันก่อนเปิดลัง
| ฝ่าย | สิ่งที่ควรตกลงก่อนตรวจรับ |
|---|---|
| ผู้ออกแบบ | Geometry, Manufacturing Tolerance และ Visual Requirement ที่ต้องการจริง |
| ผู้รับเหมา | Final Drawing, Production Approval และ Acceptance Criteria ก่อนเริ่มผลิต |
| โรงงานผลิต | Production Capability, Inspection Criteria และข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ |
| เจ้าของ / โครงการ | Appearance ใดเป็นลักษณะของผลิตภัณฑ์ และลักษณะใดถือเป็น Defect ตามเกณฑ์ |
เมื่อทั้ง 4 ฝ่ายเข้าใจเรื่องเดียวกัน วันตรวจรับจะเปลี่ยนจาก "ใครจะเป็นคนรับผิด?" เป็น "ลองตรวจตามเกณฑ์กันครับ" ซึ่งเป็นบทสนทนาที่สบายใจกว่ากันเยอะ

18. กฎข้อสุดท้ายของ Curved Glass Series
ถ้าจะ Reject -- Reject ด้วยเกณฑ์ ไม่ใช่อารมณ์
ถ้าจะรับ -- รับด้วยเกณฑ์ ไม่ใช่ความเกรงใจ
และถ้างานต้องการคุณภาพสูงกว่าเกณฑ์ปกติ -- กำหนดให้สูงกว่าตั้งแต่ก่อนผลิต ไม่ใช่เปลี่ยนกติกาหลังเห็นของจริง
นี่คือหลักที่ช่วยปกป้องทุกฝ่ายพร้อมกัน ทั้งเจ้าของ ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และโรงงาน
จากเส้นหนึ่งในแบบ สู่กระจกจริง
เราเริ่ม Curved Glass Series ด้วยเส้นโค้งง่าย ๆ เส้นหนึ่งใน Drawing
Article 01 - DESIGN พาเราดูว่า ก่อนออกแบบ ก่อนตีราคา และก่อนสั่งผลิต ต้องรู้อะไร
Article 02 - PRODUCTION พาเข้าโรงงานว่า จากกระจกแผ่นตรงไปสู่ Curved Glass เกิดอะไรขึ้น และทำไม Tempered, Heat Strengthened, Geometry และกระบวนการผลิตต้องถูกคิดร่วมกัน
Article 03 - ACCEPTANCE จบลงตรงวันที่ของจริงมาถึง วันที่คำว่า "สวย" "ผลิตได้" และ "ผ่านมาตรฐาน" ต้องมาอยู่บนโต๊ะเดียวกัน
Curved Glass เป็นวัสดุที่มีเสน่ห์ เพราะมันทำสิ่งที่กระจกแผ่นตรงทำไม่ได้ มันทำให้มุมแข็งดูนุ่ม ทำให้ Facade ไหลต่อเนื่อง และทำให้พื้นที่ธรรมดากลายเป็น Feature ของอาคารได้ แต่ความสวยของมันมาพร้อมกับข้อจำกัดจริงของวัสดุและการผลิต
สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การพยายามทำให้ทุกฝ่ายเชื่อว่า "กระจกโค้งไม่มีปัญหา" เพราะนั่นไม่จริง สิ่งที่สำคัญกว่าคือ รู้ว่าปัญหาอะไรสามารถเกิดขึ้นได้ รู้ว่าอะไรป้องกันได้ รู้ว่าอะไรเป็น Tolerance และรู้ว่าจะตัดสินอย่างไรเมื่อของจริงมาถึง
จากเส้นโค้งในแบบ -> สู่โรงงาน -> สู่ของจริงหน้างาน
นี่คือเส้นทางของกระจกดัดโค้งที่ SMG อยากให้คุณรู้ ก่อน ที่ปัญหาจะเป็นคนสอนคุณเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Curved Glass Series Article 01 - DESIGN -- ก่อนออกแบบ ตีราคา และสั่งผลิต
- Curved Glass Series Article 02 - PRODUCTION -- Tempered, HS, Tolerance และกระบวนการผลิต
- แนวทางมาตรฐานตรวจสอบกระจกของ SMG -- พื้นฐานการตรวจและ Acceptance
- กระจกลามิเนต: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการป้องกันพายุ แรงกระแทก และการงัดแงะ -- พื้นฐาน Laminated Glass
- มาตรฐาน EN 12150 vs มอก. 965-2560: AN vs HS vs TP -- พื้นฐาน Heat Treatment
- กระจกดัดโค้ง: ทางเลือกใหม่ของงานสถาปัตยกรรม -- ภาพรวม Curved Glass
- Green Choice Guide -- เลือกวัสดุให้เหมาะกับการใช้งานและอายุโครงการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: กระจกดัดโค้งมีฟองอากาศแล้วต้อง Reject ทุกแผ่นไหม?
A: ไม่ใช่ทุกกรณี เอกสาร Curved Laminated Glass จากแหล่งผลิตที่ SMG ใช้แบ่ง Bubble ตามขนาด จำนวน และพื้นที่ รวมถึงกำหนดระยะตรวจประมาณ 50 ซม. จึงต้องตรวจตามเกณฑ์ก่อนตัดสิน ไม่ใช่เห็นฟองแล้ว Reject ทันที
Q: ขอบ Curved Laminated Glass เหลื่อมกันถือว่าผิดมาตรฐานไหม?
A: ต้องวัดตามเกณฑ์ Overlap ของเอกสารต้นฉบับ โดย L </= 2,000 mm. กำหนด </= 2 mm. และ 2,000 < L </= 3,000 mm. กำหนด </= 3 mm. การเห็นขอบเหลื่อมจึงยังไม่ใช่เหตุผลให้ Reject โดยอัตโนมัติ
Q: รอยขีดข่วนบนกระจกควรตรวจจากระยะเท่าไร?
A: เอกสารต้นฉบับระบุระยะตรวจระหว่างกระจกกับผู้ตรวจประมาณ 2 เมตรภายใต้แสงไฟ และกำหนด Width of scratch </= 0.3 mm. พร้อมเกณฑ์ความยาวรอยตามพื้นที่กระจก การตรวจจึงต้องใช้ทั้งระยะ วิธีตรวจ และค่าที่กำหนดร่วมกัน
กระจกโค้งมาถึงแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่า "ผ่านหรือไม่ผ่าน"?
ส่ง Drawing, Approved Spec, รูปกระจกจริง และเกณฑ์ตรวจที่ใช้กับโครงการให้ทีม SMG ช่วยดูประเด็นก่อนประสานโรงงาน ลดการตัดสินด้วยความรู้สึกและลดข้อพิพาทหน้างาน
โทร: 086-317-4966
LINE OA: @smg58
Email: [email protected]
SMG Glass And Metal Co., Ltd. - ONLY THE SIGNIFICANT
เกณฑ์ตัวเลขอ้างอิงจากเอกสาร Curved Laminated Glass ของแหล่งผลิตที่ SMG ใช้สั่งงานจริง ข้อความและค่าต้นฉบับคงไว้ตามเอกสาร | Curved Glass Series Article 03 | สิงหาคม 2569