กระจกดัดโค้ง Tempered ได้ไหม? HS ต่างอย่างไร | SMG Glass

กระจกดัดโค้งระหว่างกระบวนการผลิตในโรงงาน - Curved Glass Heat Treatment และการขึ้นรูป

Key Facts -- กระจกโค้งไม่ได้มีแค่คำว่า "ดัด"

Curved Glass: บอกเรื่องรูปทรง แต่ AN / HS / TP บอกเรื่อง Heat Treatment และคุณสมบัติของกระจก

Tempered: ไม่ควรสรุปว่ากระจกโค้งทุก Geometry จะ Fully Tempered ได้ ต้องให้โรงงานตรวจแบบจริง

หลายแผ่น: Copy ใน CAD เหมือนกัน 100% แต่ของจริงต้องควบคุมด้วย Manufacturing Tolerance และ Production Set

Curved Laminated: ความซับซ้อนเพิ่ม เพราะต้องควบคุมหลาย Ply พร้อมกัน รวมถึง Alignment, Overlap และ Appearance

Roller Wave / Optical Distortion: ต้องตั้ง Visual Expectation ก่อนผลิต โดยเฉพาะงานที่ภาพสะท้อนเป็นส่วนสำคัญของ Design

ใน Curved Glass Series Article 01 - DESIGN เราเริ่มต้นจากเส้นโค้งในแบบ และเห็นแล้วว่าเพียงคำว่า "กระจกดัดโค้ง" ยังไม่เพียงพอสำหรับการสั่งผลิต

เพราะก่อนกระจกแผ่นตรงหนึ่งแผ่นจะกลายเป็นกระจกโค้งจริง โรงงานต้องพิจารณาพร้อมกันทั้งรูปทรง ขนาด ความหนา ชนิดกระจก กระบวนการให้ความร้อน งานขอบ งานเจาะ รวมถึงว่ากระจกแผ่นนั้นจะถูกนำไปประกอบเป็นกระจกลามิเนตหรือไม่

คำถามที่ SMG พบได้บ่อยมากจึงไม่ใช่แค่ "ทำกระจกโค้งได้ไหม?" แต่คือ "กระจกโค้งแบบนี้ Tempered ได้ไหม?" "ทำไมโรงงานถึงเสนอ Heat Strengthened แทน?" "ทำไมสั่งหลายแผ่นแล้วความโค้งไม่เหมือนกันเป๊ะ?" "ทำไมพอเอาสองแผ่นมาลามิเนต ขอบถึงเหลื่อมกัน?" และ "ความเป็นคลื่นที่เห็นบนผิวกระจกถือว่าเสียหรือไม่?"

บทความนี้จะพาเข้าไปดูช่วงที่เส้นโค้งในแบบกำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นวัสดุจริง เพราะนี่คือช่วงที่คำว่า Design ต้องเริ่มเจรจากับคำว่า Production

1. กระจกโค้งไม่ได้เริ่มต้นจากการ "ดัด" อย่างเดียว

หลายคนได้ยินคำว่า "กระจกดัดโค้ง" แล้วอาจนึกภาพว่ากระจกถูกนำไปทำให้อ่อนตัว ก่อนกดหรือบังคับให้โค้งตาม Radius ที่ต้องการ แต่ในงานจริง กระบวนการไม่ได้มีเพียงเรื่องรูปทรง โรงงานต้องรู้ก่อนว่ากระจกสุดท้ายต้องการคุณสมบัติแบบใด

คำศัพท์ที่ต้องแยกให้ออก

*Annealed Glass (AN) = กระจกธรรมดาที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการเพิ่มความแข็งแรงด้วยความร้อน

*Heat Strengthened Glass (HS) = กระจกที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนและทำให้เย็นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง แต่ยังไม่ใช่ Fully Tempered

*Fully Tempered Glass / Tempered Glass (FT / TP) = กระจกที่ผ่านกระบวนการ Heat Treatment เพื่อให้เกิดคุณสมบัติของกระจกเทมเปอร์

*Heat Treatment = กระบวนการใช้ความร้อนและการควบคุมการเย็นตัวเพื่อเปลี่ยนคุณสมบัติของกระจก

*Curved Glass = กระจกที่ถูกทำให้เกิดรูปทรงโค้งตาม Geometry ที่กำหนด

*Curved Laminated Glass = กระจกโค้งตั้งแต่สองชั้นขึ้นไปที่นำมาประกอบร่วมกันด้วยชั้นวัสดุคั่นกลาง

สิ่งสำคัญคือคำเหล่านี้ไม่ได้ใช้แทนกันได้ กระจก "โค้ง" เป็นเรื่องของรูปทรง ส่วน Annealed, Heat Strengthened และ Tempered เป็นเรื่องของคุณสมบัติและกระบวนการ Heat Treatment ดังนั้นคำว่า Curved Tempered Glass หมายถึงกระจกที่ต้องตอบโจทย์ทั้ง "รูปทรงโค้ง" และ "เงื่อนไขของกระจก Tempered" ไปพร้อมกัน และนั่นเป็นจุดที่ข้อจำกัดเริ่มเพิ่มขึ้น

ถ้าต้องการปูพื้นเรื่อง AN, HS และ TP ให้แน่นก่อนอ่านต่อ ดู มาตรฐาน EN 12150 vs มอก. 965-2560: เปรียบเทียบ Spec จริง AN vs HS vs TP ได้ครับ

กระจกดัดโค้งระหว่างกระบวนการผลิตในโรงงาน - Curved Glass Heat Treatment และการขึ้นรูป

2. "กระจกดัดโค้ง Tempered ได้ไหม?"

คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดคือ บางแบบทำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ากระจกโค้งทุกแบบจะ Tempered ได้

เพราะโรงงานไม่ได้พิจารณาแค่ชื่อวัสดุ แต่ต้องดูทั้งความหนากระจก ความสูง ความยาวตามส่วนโค้ง Radius ความลึกของโค้ง รูปแบบของ Curve จำนวนแผ่น งานเจาะและบาก งานขอบ ความต่อเนื่องของกระจกหลายแผ่น และข้อจำกัดของเครื่องจักรที่ใช้ผลิต

คำว่า "ในแบบระบุ Tempered แล้ว" ยังไม่ใช่ Factory Confirmation

*Factory Confirmation = การที่โรงงานตรวจข้อมูลจริงของชิ้นงานแล้วตอบกลับว่าสามารถผลิตตาม Geometry และ Spec ที่กำหนดได้

สำหรับผู้ออกแบบ เรื่องนี้เป็น Pain Point เพราะหาก Spec ถูกกำหนดเป็น Tempered ไปแล้วตั้งแต่ต้น แต่ภายหลังโรงงานพบว่า Geometry บางอย่างไม่เหมาะกับกระบวนการนั้น การแก้ Spec อาจกระทบไปถึงงานอื่น

สำหรับผู้รับเหมา Pain Point คือ หากเสนอราคาและทำสัญญาโดยอ้างอิง Tempered ไปแล้ว แต่โรงงานเสนอ HS หรือ Build-up อื่นในภายหลัง ผู้รับเหมาจะต้องกลับไปอธิบายกับทั้ง Consultant และเจ้าของ ส่วนโรงงานก็อาจถูกมองว่า "ทำไม่ได้ตามแบบ" ทั้งที่จริงข้อจำกัดนั้นเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงกับกระบวนการผลิต

และสำหรับเจ้าของบ้าน คำถามคือ "ถ้าไม่ Tempered แล้วปลอดภัยไหม?" ซึ่งคำตอบไม่ควรเริ่มจากความรู้สึก แต่ต้องกลับไปดูว่ากระจกอยู่ตำแหน่งไหน ใช้งานอย่างไร และ Spec ที่เหมาะสมคืออะไร

3. แล้วทำไมบางงานโรงงานจึงเสนอ Heat Strengthened?

คำว่า Heat Strengthened มักทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็น "Temper ที่ไม่เต็ม" หรือเป็นตัวเลือกที่ด้อยกว่าโดยอัตโนมัติ ความจริงคือ HS และ FT เป็นกระจกคนละประเภท และถูกเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ของงาน

ใน Curved Glass โรงงานต้องพิจารณาทั้งความแข็งแรง รูปทรง คุณภาพผิว ความสามารถของเครื่อง และข้อกำหนดปลายทางพร้อมกัน ดังนั้นในบางชิ้นงาน โรงงานอาจเสนอ Curved Heat Strengthened Glass แทน Curved Fully Tempered Glass ไม่ได้หมายความว่ากระจกชิ้นนั้น "ผลิตไม่ดี" แต่หมายความว่ากระบวนการและ Spec ต้องถูกเลือกให้สัมพันธ์กับ Geometry จริง

*Design Requirement = สิ่งที่แบบต้องการให้กระจกทำหน้าที่ เช่น ความปลอดภัย ความแข็งแรง รูปทรง หรือ Performance

*Production Method = วิธีการที่โรงงานใช้ผลิตเพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่กำหนด

ถ้าเรารู้ว่า Requirement จริงคืออะไร โรงงานและผู้ออกแบบจะมีพื้นที่คุยกันมากกว่าเริ่มจากการล็อกชื่อกระบวนการเพียงคำเดียว

4. Pain Point ของผู้ออกแบบ -- Computer Curve กับ Factory Curve เป็นคนละโลก

ใน CAD หรือ 3D Model เราสามารถสร้าง Radius ที่สมบูรณ์ได้ภายในไม่กี่วินาที Copy กระจกหนึ่งแผ่นออกมา 20 แผ่น ทุกแผ่นจะมี Geometry เหมือนกัน แต่โรงงานกำลังผลิตวัสดุจริงภายใต้ความร้อน กระจกมีน้ำหนัก มีความหนา มีการอ่อนตัว และมีการเย็นตัว

ดังนั้นสิ่งที่ผู้ออกแบบควรเผื่อไว้ตั้งแต่แรกคือคำว่า Manufacturing Tolerance

*Manufacturing Tolerance = ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้จากกระบวนการผลิต

การมี Tolerance ไม่ได้หมายความว่าโรงงานไม่ต้องควบคุมงาน แต่หมายความว่า ของจริงต้องมีเกณฑ์วัดของจริง ไม่ควรเอาเส้น Curve แบบ Mathematical Perfect ในคอมพิวเตอร์มาเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินงานกระจกที่ผ่านกระบวนการความร้อน

5. Pain Point ของโรงงาน -- "ขอให้ทุกแผ่นเหมือนกันเป๊ะ" อาจไม่ใช่คำสั่งผลิตที่วัดผลได้

ลองสมมติว่าโครงการหนึ่งใช้กระจกดัดโค้ง 20 แผ่น ผู้ออกแบบต้องการให้ทุกแผ่นต่อเนื่องกัน ผู้รับเหมาต้องการติดตั้งแล้ว Joint วิ่งสวย เจ้าของต้องการมองแล้วรู้สึกว่าเป็นผืนเดียว แต่โรงงานต้องแปลงคำว่า "เหมือนกัน" ให้กลายเป็นค่าที่ตรวจสอบได้

เช่น Radius เท่าไร ยอมให้คลาดได้เท่าไร ขนาดคลาดได้เท่าไร แนวโค้งคลาดได้เท่าไร ขอบกระจกยอมให้เหลื่อมได้หรือไม่ และเมื่อประกอบ Laminated แล้วตรวจอย่างไร นี่คือเหตุผลว่าทำไมเอกสารมาตรฐานตรวจรับจากแหล่งผลิตที่ SMG ใช้จึงแยกหัวข้อ Thickness, Size, Edge Work, Overlap, Arch และ Warp ไว้อย่างชัดเจน

*Arch = ค่าความคลาดเคลื่อนของแนวโค้งจากรูปทรงที่กำหนด

*Warp = ความโก่งหรือการผิดรูปของกระจกเมื่อเทียบกับแนวที่กำหนด

*Overlap = การเหลื่อมของขอบกระจกแต่ละชั้นเมื่อประกอบเป็น Laminated Glass

ทันทีที่งานเริ่มพูดด้วยค่าที่วัดได้ คำว่า "เหมือนกัน" จะเริ่มมีความหมายที่ตรวจรับได้จริง

6. สั่งหลายแผ่น ทำไมความโค้งถึงไม่เท่ากัน 100%?

นี่เป็น Pain Point ที่อาจรุนแรงมากในโครงการที่ใช้ Curved Glass ต่อเนื่องกันหลายแผ่น เพราะคนที่มองจากหน้างานจะเห็นกระจกเรียงต่อกัน แต่กระจกแต่ละแผ่นผ่านการผลิตจริง ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยของแต่ละชิ้นจึงสามารถสะสมและกลายเป็นสิ่งที่สายตามองเห็นได้เมื่อนำมาต่อกัน

ปัญหานี้จึงไม่ควรแก้ด้วยการถามหลังผลิตว่า "ทำไมแผ่นนี้ R ไม่เหมือนอีกแผ่น?" แต่ต้องถามก่อนผลิตว่า "งานชุดนี้ต้องต่อเนื่องกันระดับไหน และโรงงานจะควบคุมชุดผลิตอย่างไร?"

ถ้ามีกระจกหลายแผ่นเรียงต่อกัน การส่งโรงงานเพียง Drawing แยกทีละแผ่นอาจไม่เพียงพอ โรงงานควรเห็นภาพรวมว่าแผ่นไหนอยู่ติดกับแผ่นไหน Curve ต้องต่อเนื่องกันหรือไม่ Joint อยู่ตรงไหน มีกรอบช่วยซ่อนความคลาดเคลื่อนหรือไม่ และกระจกเป็น Feature Piece หรือเป็นผนังต่อเนื่อง

*Production Set = กลุ่มชิ้นงานที่ควรถูกพิจารณาร่วมกันในการผลิต เพราะมีความสัมพันธ์ด้านรูปทรงหรือตำแหน่งติดตั้ง

7. แล้ว "ความเป็นคลื่น" ที่เห็นบนกระจกมาจากไหน?

นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เจ้าของบ้านและผู้ออกแบบมักสังเกตเป็นอันดับแรก เมื่อมองภาพสะท้อนบนกระจก Heat-Treated บางแผ่น อาจเห็นภาพสะท้อนมีลักษณะเป็นคลื่นหรือบิดเล็กน้อย

*Roller Wave = ลักษณะความเป็นคลื่นบนผิวหรือภาพสะท้อนของกระจกที่สัมพันธ์กับกระบวนการ Heat Treatment บนระบบลูกกลิ้ง

*Optical Distortion = การบิดเบือนของภาพที่มองผ่านหรือสะท้อนจากกระจก

ตาราง General Temper จากแหล่งผลิต แสดงหัวข้อ Size Tolerance, Scratch and Crack, Chip และ Warp and Wave สำหรับกระจกผ่านความร้อน

ตาราง General Temper จากแหล่งผลิตที่ SMG ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง แสดงว่าการตรวจ Heat-Treated Glass มีหัวข้อ Warp และ Wave แยกชัดเจน ภาพต้นฉบับห้ามแก้ข้อความและตัวเลข

ปัญหาคือคำว่า "เป็นคลื่น" สำหรับแต่ละคนไม่เท่ากัน เจ้าของมองจากระยะหนึ่งแล้วเห็นเส้นอาคารสะท้อนบิด สถาปนิกยืนดูแนว Facade ผู้รับเหมาดูว่าอยู่ใน Spec หรือไม่ ส่วนโรงงานดูตามวิธีตรวจและเกณฑ์การผลิต นี่คือ Pain Point ที่ความรู้สึกกับมาตรฐานสามารถชนกันได้ง่ายที่สุด

ข้อควรระวังเรื่องการอ้างเกณฑ์

ตาราง General Temper เป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่ง และไม่ควรถูกนำไปแทนเกณฑ์ Curved Laminated Glass โดยอัตโนมัติ หากโครงการให้ความสำคัญกับ Optical Quality หรือ Reflection เป็นพิเศษ ต้องกำหนด Requirement และวิธีตรวจให้ตรงกับชนิดผลิตภัณฑ์ก่อนผลิต

8. เจ้าของบ้านต้องเข้าใจอะไรเกี่ยวกับ "กระจกที่แพงกว่า"

Curved Glass มักมีต้นทุนสูงกว่ากระจกตรง และธรรมชาติของมนุษย์คือยิ่งจ่ายแพง ยิ่งคาดหวังว่าสินค้าต้อง Perfect แต่คำว่า Perfect ในงานกระจกดัดโค้งต้องถูกนิยามให้ถูก

ราคาที่สูงขึ้นเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การผลิตเฉพาะชิ้น Geometry ที่ซับซ้อน เครื่องจักรเฉพาะ การควบคุมกระบวนการ Yield ในการผลิต การทำ Mock-up หรือ Template งาน Heat Treatment การ Laminated การขนส่ง ความเสี่ยงจากการแตกหรือเสียหาย และการติดตั้ง

ไม่ได้หมายความว่า "แพงกว่า = ไม่มี Tolerance" ความคาดหวังที่ถูกต้องควรเป็นว่า กระจกต้องถูกผลิตและตรวจรับตาม Spec และ Acceptance Criteria ที่ตกลงกัน ไม่ใช่กระจกต้องเหมือน Object 3D แบบ 100% ทุกมิลลิเมตร

9. Curved Laminated Glass -- เมื่อกระจกโค้งหนึ่งแผ่นยังไม่พอ

งานหลายประเภทต้องการกระจกลามิเนต เมื่อเปลี่ยนจากกระจกโค้งชั้นเดียวเป็น Curved Laminated Glass ความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้นทันที เพราะตอนนี้เราไม่ได้ควบคุมเพียง Curve ของกระจกหนึ่งแผ่น แต่ต้องควบคุมให้กระจกมากกว่าหนึ่ง Ply สามารถประกอบเข้าด้วยกันได้

*Ply = กระจกแต่ละชั้นที่นำมาประกอบเป็น Laminated Glass

*Interlayer = ชั้นวัสดุที่อยู่ระหว่างกระจกแต่ละ Ply

ถ้าความโค้งของกระจกแต่ละแผ่นแตกต่างกันเล็กน้อย เมื่อนำมาประกบกัน สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่มอาจรวมถึง Thickness รวม, Alignment, Overlap, Bubble, Inclusion, Edge Appearance, Arch และ Warp เอกสารตรวจสอบ Curved Laminated Glass ของแหล่งผลิตที่ SMG ใช้กำหนดรายการเหล่านี้แยกไว้อย่างชัดเจน

หากต้องการปูพื้นเรื่อง Laminated Glass ก่อน ดู กระจกลามิเนต: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการป้องกันพายุ แรงกระแทก และการงัดแงะ ได้ แล้ว Article 03 จะกลับมาดูเกณฑ์ Curved Laminated แบบเต็ม ๆ

10. "ทำชิ้นใหญ่แผ่นเดียวเลยไม่ได้หรือ?"

นี่เป็นคำถามที่ผู้ออกแบบและเจ้าของมักถาม เพราะจากมุม Design การลดรอยต่อให้เหลือน้อยที่สุดย่อมสวยกว่า แต่เมื่อขนาดเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงในการผลิต การขนย้าย การติดตั้ง และข้อจำกัดของเครื่องจักรก็เพิ่มตาม

ดังนั้นคำถามที่เหมาะสมกว่าคือ "ขนาดที่ต้องการอยู่ภายใน Production Capability ของโรงงานหรือไม่?" ไม่ใช่ "กระจกผลิตใหญ่แค่ไหนก็ได้ใช่ไหม?"

*Production Capability = ขีดความสามารถจริงของสายการผลิตหนึ่ง ๆ ภายใต้เงื่อนไขของขนาด ความหนา Radius และชนิดกระจก

ค่ามิติที่โรงงานยืนยันให้ SMG ใช้สำหรับแหล่งผลิตนี้อยู่ใน Article 01 - DESIGN และต้องใช้ข้อมูลโรงงานล่าสุดก่อนออก PO เสมอ

11. Pain Point ของผู้รับเหมา -- ต้นทุนของ "ผลิตใหม่" ไม่เหมือนงานแก้หน้างานทั่วไป

กระจกดัดโค้งเป็นงานที่ Mistake Cost สูง

*Mistake Cost = ต้นทุนที่เกิดขึ้นเมื่อข้อมูลผิดและต้องผลิตหรือดำเนินงานใหม่

ถ้าขนาดผิด Radius ผิด Hole ผิด Notch ผิด ความหนาผิด หรือ Build-up ผิด หลายกรณีไม่สามารถแก้หน้างานด้วยการ "ตัดเพิ่มนิดหนึ่ง" เหมือนวัสดุประเภทอื่น โดยเฉพาะกระจกที่ผ่าน Heat Treatment แล้วซึ่งงานตัด เจาะ หรือเจียรต้องถูกจัดการก่อนเข้าสู่ขั้นตอนอบตาม Spec ที่กำหนด

Measure Twice, Produce Once.

12. ก่อนโรงงานเริ่มผลิต ใครต้องรับผิดชอบอะไร?

ฝ่าย สิ่งที่ต้อง Confirm ก่อน Production
ผู้ออกแบบ รูปทรง Design Intent, Geometry, Visual Requirement และ Spec ที่ต้องการจริง
ผู้รับเหมา Site Condition, Revision ล่าสุด, ข้อมูล Production ครบ และประสานแบบกับโรงงาน
โรงงานผลิต Production Capability, ข้อจำกัดกระบวนการ, Tolerance และสิ่งที่ผลิตได้จริง
เจ้าของ / โครงการ Appearance Expectation และ Acceptance Criteria โดยเฉพาะบริเวณที่ Curved Glass เป็น Feature

เมื่อ 4 ฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองตั้งแต่ต้น ความเสี่ยงจะลดลงอย่างมาก และวันตรวจรับก็ไม่ต้องเริ่มด้วยประโยคคลาสสิกว่า "ใครเป็นคนอนุมัติอันนี้ครับ?"

ตาราง General Temper จากแหล่งผลิต แสดง Size Tolerance Scratch Chip และ Warp and Wave สำหรับกระจกผ่านความร้อน

13. กระจกออกจากเตาแล้ว เรื่องยังไม่จบ

ถึงตรงนี้ กระจกผ่านจากแบบเข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว แต่คำถามสำคัญที่สุดยังเหลืออยู่

"เมื่อของมาถึง เราจะตัดสินอย่างไรว่ากระจกแผ่นนี้ผ่านหรือไม่ผ่าน?"

เพราะบน Curved Laminated Glass เราอาจพบสิ่งที่คนทั่วไปมองว่าเป็น Defect เช่น Bubble, Inclusion in Film, Scratch on Glass, Overlap, Arch หรือ Warp แต่การพบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า Reject โดยอัตโนมัติทุกกรณี ต้องกลับไปดูเกณฑ์ที่แหล่งผลิตกำหนด รวมถึงวิธีตรวจ ระยะตรวจ ขนาด จำนวน และผลกระทบต่อคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์

และนี่คือหัวใจของตอนถัดไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตอนต่อไป: Curved Glass Series Article 03 - ACCEPTANCE

กระจกดัดโค้งเป็นคลื่น มีฟอง ขอบเหลื่อม ถือว่าเสียไหม? ก่อน Reject ต้องดูอะไร - อ่าน Article 03

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กระจกดัดโค้ง Tempered ได้ทุกแบบไหม?

A: ไม่ควรสรุปว่าได้ทุกแบบ ต้องให้โรงงานตรวจ Geometry ความหนา ขนาด Radius งานเจาะ บาก และข้อจำกัดเครื่องจักรก่อนยืนยัน เพราะ Curved Glass เป็นเรื่องของรูปทรง ส่วน Tempered เป็นเรื่องของ Heat Treatment ซึ่งต้องทำงานร่วมกันได้จริง

Q: Heat Strengthened กับ Tempered ต่างกันอย่างไรในงานกระจกโค้ง?

A: HS และ TP เป็นกระจกคนละประเภทและมีคุณสมบัติแตกต่างกัน การเลือกในงานกระจกโค้งต้องพิจารณา Requirement ของงานร่วมกับ Geometry และ Production Capability ไม่ควรใช้คำว่า HS เป็นเพียง "Temper ที่ไม่เต็ม" หรือใช้แทน TP โดยอัตโนมัติ

Q: กระจกโค้งเป็นคลื่นหรือภาพสะท้อนบิด ถือว่าเสียไหม?

A: ยังตัดสินจากการมองเห็นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูชนิดผลิตภัณฑ์ วิธีตรวจ และ Acceptance Criteria ที่ตกลงกันก่อนผลิต หากโครงการให้ความสำคัญกับ Optical Quality สูง ควรกำหนด Visual Requirement และ Mock-up ก่อนผลิตจำนวนมาก

มีแบบกระจกดัดโค้ง? ให้ SMG เช็ก Production ก่อนออก PO

ส่ง Drawing, Geometry, Radius, ความหนา, ชนิด Heat Treatment, Glass Build-up, จำนวน และตำแหน่งติดตั้ง ทีม SMG ช่วยตรวจข้อมูลและประสาน Production Feasibility กับแหล่งผลิตก่อนสั่งจริง

โทร: 086-317-4966

LINE OA: @smg58

Email: [email protected]

www.smg-con.co.th

SMG Glass And Metal Co., Ltd. - ONLY THE SIGNIFICANT

เนื้อหา Curved Glass Series ใช้ข้อมูลจากแหล่งผลิตที่ SMG ใช้สั่งงานจริงร่วมกับประสบการณ์ประสานแบบและการผลิต | Article 02 - PRODUCTION | สิงหาคม 2569