กระจกเทมเปอร์คืออะไร? ประวัติ วิธีผลิต และคุณสมบัติที่ควรรู้ | SMG Glass
กระจกเทมเปอร์ถูกคิดค้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 17 โดย Prince Rupert of Rhine ซึ่งค้นพบว่าหยดแก้วหลอมเหลวที่ตกลงในน้ำเย็นจะสร้างโครงสร้างที่แข็งแกร่งผิดปกติ เรียกว่า "Prince Rupert's Drop" แต่กระบวนการเทมเปอร์เพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์ได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษ 1930 โดย Rudolf Seiden ชาวเยอรมัน และได้รับการจดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1929 ก่อนจะกลายเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้างทั่วโลก
กระจกเทมเปอร์คืออะไร?
กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) หรือ กระจกนิรภัยเทมเปอร์ คือกระจกที่ผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างโมเลกุลด้วยความร้อนสูงและการเย็นตัวแบบควบคุม ทำให้ผิวนอกอยู่ในสภาวะ Compression (แรงอัด) และแกนกลางอยู่ในสภาวะ Tension (แรงดึง) ส่งผลให้กระจกมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 3–5 เท่าจากกระจกธรรมดาที่ความหนาเท่ากัน
กระบวนการผลิตกระจกเทมเปอร์ (ทีละขั้นตอน)
| ขั้นตอน | รายละเอียด |
|---|---|
| 1. ตัดกระจก Float | ตัดกระจก Float (กระจกดิบ) ให้ได้ขนาด รูปทรง และรูเจาะตามต้องการ ต้องทำก่อนเทมเปอร์เท่านั้น |
| 2. ขัดและล้างทำความสะอาด | ขัดขอบกระจกและทำความสะอาดเพื่อกำจัดคราบและรอยขีดข่วนที่อาจทำให้แตกในเตาอบ |
| 3. อบในเตาความร้อนสูง | อบกระจกที่อุณหภูมิ 650–700°C จนกระจกอ่อนตัวถึงจุดที่เหมาะสม |
| 4. เป่าลมเย็นทันที (Quenching) | เป่าลมแรงดันสูงให้กระจกเย็นลงอย่างรวดเร็ว ผิวนอกแข็งตัวก่อน แกนกลางยังร้อนอยู่ สร้างความเครียดภายในที่เป็นแหล่งความแข็งแกร่ง |
| 5. ตรวจสอบคุณภาพ | ตรวจสอบด้วยแสง Polarized เพื่อตรวจหาความเครียดที่ผิดปกติและรับรองมาตรฐาน มอก. 2129 |
คุณสมบัติหลักของกระจกเทมเปอร์
| คุณสมบัติ | ค่า / รายละเอียด |
|---|---|
| ความแข็งแกร่ง | 3–5 เท่าจากกระจกธรรมดา (Bending Strength ~1,500 kg/cm²) |
| ทนความร้อน | ทนได้ถึง 290°C / ทนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ 150°C |
| รูปแบบเมื่อแตก | แตกเป็นเม็ดเล็กคล้ายข้าวโพด ไม่มีคมแหลม |
| ความหนาที่ผลิตได้ | 4, 5, 6, 8, 10, 12, 15, 19 mm |
| ขนาดสูงสุด | สูงสุดถึง 2,800 × 6,000 mm (ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต) |
| มาตรฐานอ้างอิง | มอก. 2129, ASTM C1048, EN 12150 |
งานที่ใช้กระจกเทมเปอร์ได้
กระจกเทมเปอร์เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแกร่งและความปลอดภัยเมื่อแตก ได้แก่ ประตูบานเปลือย ฉากกั้นอาบน้ำ ผนังกั้นภายในอาคาร หน้าต่างอาคารที่รับแรงลมสูง ชั้นวางของและเฟอร์นิเจอร์กระจก รวมถึงพื้นที่สาธารณะที่กฎหมายกำหนดให้ใช้กระจกนิรภัย เช่น ศูนย์การค้า ธนาคาร และโชว์รูม
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนสั่งซื้อ
ตัด เจาะ หรือเจียขอบหลังจากเทมเปอร์ไม่ได้: ต้องกำหนดขนาด รูปทรง และตำแหน่งรูทั้งหมดก่อนส่งเข้ากระบวนการผลิต เพราะการแปรรูปหลังเทมเปอร์จะทำให้กระจกแตกทันที
โอกาสแตกเอง (Spontaneous Breakage): กระจกเทมเปอร์มีโอกาสแตกเองได้หากวัตถุดิบมีการปนเปื้อน นิกเกิลซัลไฟด์ (NiS) เฉลี่ยประมาณ 8 แผ่นใน 1,000 แผ่น สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยกระบวนการ Heat Soak Test (HST) ก่อน Delivery
ต้องการกระจกเทมเปอร์ตัดตามขนาด พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ? ติดต่อ SMG Glass ที่ LINE: @smg58 หรือโทร 086-317-4966
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กระจกเทมเปอร์กับกระจกนิรภัยคือสิ่งเดียวกันไหม?
กระจกเทมเปอร์เป็นกระจกนิรภัยประเภทหนึ่ง "กระจกนิรภัย" เป็นชื่อเรียกรวมของกระจกที่ออกแบบให้ปลอดภัยเมื่อแตก ซึ่งรวมทั้งกระจกเทมเปอร์ กระจกลามิเนต และกระจกเทมเปอร์ลามิเนต
ทำไมกระจกเทมเปอร์ถึงแตกเป็นเม็ดเล็ก?
เพราะโครงสร้างภายในกระจกมีความเครียด (Stress) สะสมอยู่ตลอดเวลา เมื่อแตกพลังงานจะปลดปล่อยออกทุกทิศทางพร้อมกัน ทำให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แทนที่จะแตกเป็นชิ้นใหญ่แหลมคมเหมือนกระจกธรรมดา
กระจกเทมเปอร์สามารถตัดหรือเจาะได้หลังผลิตไหม?
ไม่ได้ครับ การตัดหรือเจาะหลังจากผ่านกระบวนการเทมเปอร์จะทำให้กระจกแตกทันที ต้องกำหนดขนาด รูปทรง และตำแหน่งรูให้ครบก่อนสั่งผลิตเสมอ
Heat Soak Test คืออะไร และจำเป็นไหม?
Heat Soak Test (HST) คือการนำกระจกเทมเปอร์กลับเข้าเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 290°C เป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้กระจกที่มี NiS แตกออกในโรงงานก่อน Delivery จำเป็นสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผนังกระจกอาคารสูงหรือหลังคากระจก
SMG Glass จำหน่ายกระจกเทมเปอร์หนาเท่าไหร่บ้าง?
SMG Glass จำหน่ายกระจกเทมเปอร์ความหนา 5, 6, 8, 10, 12 mm รับตัดตามขนาด พร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อได้ที่ LINE: @smg58 หรือโทร 086-317-4966